เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมค่าไฟที่บ้านพุ่งสูงขึ้นทุกเดือน? หรือบางทีเปิดแอร์แค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ทำไมบิลมาแพงจนใจหาย? วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกวิธี “คำนวณค่าไฟเครื่องใช้ไฟฟ้า” แบบเข้าใจง่าย ๆ จะได้รู้ว่าของที่เราใช้กินไฟแค่ไหน และมีวิธีประหยัดได้ยังไงบ้าง!
🔌 วิธีคำนวณค่าไฟง่าย ๆ ใช้แค่ 3 สูตรนี้!
การจะรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟแค่ไหน เราต้องเข้าใจสูตรนี้ก่อน:
📍 ตัวแปรสำคัญในการคำนวณ
กำลังไฟ (วัตต์, W) → ดูจากสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่บนเครื่องใช้ไฟฟ้า
ชั่วโมงที่ใช้ต่อวัน → คำนวณจากการใช้งานจริง
ค่าไฟต่อหน่วย → ค่าไฟของแต่ละบ้านอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอัตราของการไฟฟ้า (โดยทั่วไปประมาณ 4 – 5 บาทต่อหน่วย)
ตัวอย่าง: สมมติว่าเปิดแอร์ขนาด 1,200W วันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟหน่วยละ 4.5 บาท
ถ้าเปิดทั้งเดือน (30 วัน) ค่าไฟจากแอร์เครื่องนี้ก็จะอยู่ที่ 1,296 บาท! 🫣
⚡ เครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรซดไฟหนักสุด?
บางเครื่องกินไฟแบบเบา ๆ แต่บางเครื่องนี่โหดใช้ได้! มาดู 5 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟเยอะที่สุดในบ้านกันดีกว่า:
แอร์ (800 – 2,500W) ❄️ – เปิดทั้งคืน ค่าไฟพุ่งแน่นอน
เครื่องทำน้ำอุ่น (3,500 – 5,500W) 🚿 – ใช้แค่ 10 นาที แต่กินไฟหนักมาก!
เตารีด (1,000 – 2,400W) 👕 – ยิ่งรีดนาน ค่าไฟยิ่งไหล
ไมโครเวฟ (700 – 1,500W) 🍲 – อุ่นอาหารเร็ว แต่ใช้ไฟเยอะ
ตู้เย็น (100 – 600W แต่เปิด 24 ชม.) 🧊 – ถึงจะกินไฟไม่เยอะ แต่เปิดตลอดเวลานี่แหละที่ทำให้เปลือง
💡 วิธีประหยัดค่าไฟแบบง่าย ๆ ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน (เบอร์ 5) ✅ – ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้เยอะ
ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้ 🚫 – แค่ปิดปลั๊กก็ช่วยลดค่าไฟได้
ตั้งอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม (25 – 26°C) 🌡 – ไม่ต้องเย็นจัดก็สบาย
เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED 💡 – ประหยัดไฟกว่าหลอดไส้ถึง 80%
ใช้ปลั๊กรวมที่มีสวิตช์ปิด-เปิด 🔌 – จะได้ไม่ต้องถอดปลั๊กทุกครั้ง
🔥 สรุป: รู้ทันค่าไฟ = ประหยัดเงินในกระเป๋า
การคำนวณค่าไฟไม่ใช่เรื่องยาก แค่เข้าใจสูตรและรู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละตัวใช้ไฟแค่ไหน ก็ช่วยให้เราวางแผนการใช้ไฟได้อย่างคุ้มค่า ที่สำคัญคือ การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการปิดไฟ ปรับอุณหภูมิแอร์ หรือเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน ก็ช่วยให้ค่าไฟลดลงได้เยอะเลย! 💰⚡
ลองเอาวิธีพวกนี้ไปใช้กันดู รับรองว่าบิลค่าไฟเดือนหน้าจะเบาขึ้นแน่นอน! 😉